แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 

ฉบับที่ 5 พ.ศ. 25602569

------------------------------------------

สรุปสาระสำคัญ

                แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 พ.ศ. 25602569 แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 จัดทำขึ้นเป็นแผนระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2560–2569) เพื่อเชื่อมต่องานพัฒนาในช่วงที่ผ่านมาเข้ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทั้งการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 การเข้าเป็นสมาชิกของประชาคมอาเซียน การ ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และสังคมดิจิทัล เพื่อให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารได้รับการเตรียมพร้อม สามารถก้าวไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตาม พระราชดำริ ฉบับที่ 5 นี้ จึงได้จัดทำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 25602679) ซึ่งเป็นแผนแม่บทหลักของการพัฒนาประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 25602564) ที่น้อมนำหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มา เป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศ แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.25602574) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 

วัตถุประสงค์ 

        1. เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างสมดุล ในด้านพุทธิศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษา ด้วยกระบวนการเรียนรู้จากการ ปฏิบัติ มีความรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และมีส่วน ร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ

       2. เพื่อขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งตนเอง ได้ ครอบครัวและชุมชนเกิดการพัฒนา ช่วยเหลือสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนและ โรงเรียนไปพร้อม ๆ กัน ๓. เพื่อผลักดันให้สถานศึกษาพัฒนาเป็นศูนย์บริการความรู้ สามารถถ่ายทอด ความรู้และเทคโนโลยีการพัฒนาให้กับผู้ปกครอง ชุมชน และสถานศึกษาหรือองค์กรอื่น ๆ ทั้งจากภายในประเทศและจากต่างประเทศ เพื่อนำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละ ที่ สร้างความร่วมมือและเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศ 

เป้าหมายหลักของแผน

เป้าหมายหลัก การพัฒนาตามแผนฯ ฉบับที่ 5 ประกอบด้วย 8 เป้าหมายหลัก 18 เป้าหมายย่อย ของการพัฒนา ดังนี้ 

 เป้าหมายหลักที่ 1 เสริมสร้างสุขภาพของเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย มุ่งเน้นพัฒนาปรับปรุงการบริการอนามัยแม่และเด็กในพื้นที่เฉพาะที่ยังมีอัตรา การตายของทารกและทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัมสูงอยู่ ให้มีการดูแลเด็ก ปฐมวัยทุกช่วงอายุครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ สมวัย โดยแบ่งความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้มีการเชื่อมต่อของแต่ละ ช่วงอายุ ระหว่างบ้าน ศูนย์เด็กเล็ก ชั้นอนุบาล จนถึงชั้นประถมศึกษา และยังส่งเสริมให้ เด็กและเยาวชนในโรงเรียนมีสุขภาวะที่ดี มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อ การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยมีการวัดประเมินผลความสำเร็จเป็นตัวชี้วัด 15 ตัวชี้วัด ดังนี้ 


ตัวชี้วัด 1 อัตราตายของทารกแรกเกิด (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)

ตัวชี้วัด 2 ร้อยละของทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า 2500 กรัม  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)


กิจกรรมที่ดำเนินการ :

 1. ออกเยี่ยมบ้าน/สำรวจและติดตามหญิงตั้งครรภ์ในหมู่บ้านและเขตบริการ 


ตัวชี้วัด 3 ร้อยละของเด็กแรกเกิด - 3 ปี มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)

ตัวชี้วัด 4 ร้อยละของเด็กแรกเกิด - 3 ปี มีภาวะเตี้ย  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)

ตัวชี้วัด 5 ร้อยละของเด็กแรกเกิด - 3 ปี มีพัฒนาการสมวัย  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)


กิจกรรมที่ดำเนินการ :

 1. ออกเยี่ยมบ้าน /ตรวจสอบน้ำหนักส่วนสูงเด็กแรกเกิด-3ปี

 2. จัดกิจกรรม Triple-P


ตัวชี้วัด 6 ร้อยละของเด็กประถมวัยมีภาวะน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)

ตัวชี้วัด 7 ร้อยละของนักเรียนมีภาวะเตี้ย  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)

ตัวชี้วัด 8 ร้อยละของนักเรียนมีภาวะผอม  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)


กิจกรรมที่ดำเนินการ : 

1. ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงเดือนละครั้ง

2. ทำกราฟพัฒนาการ น้ำหนัก ส่วนสูงติดผนัง

3. จัดจัดอาหารมื้อว่างเสริม


ตัวชี้วัด 9 ร้อยละของนักเรียนมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)


กิจกรรมที่ดำเนินการ :  

1. ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงเดือนละครั้ง

2. จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทุกวัน

3. ให้ความรู้สร้างทักษะการตัดสินใจเรื่องการเลือกรับประทานอาหาร 


ตัวชี้วัด 10 ร้อยละของนักเรียนมีสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน


กิจกรรมที่ดำเนินการ : 

1.จัดกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย เช่น การจัดเกมส์ การจัดชาเลนจ์ฐานสมรรถภาพ


ตัวชี้วัด 11 ร้อยละของนักเรียนประถมศึกษาเป็นโรคคอพอก (ความถี่ > 2 ครั้ง /เทอม)


กิจกรรมที่ดำเนินการ :   

1. หยอดไอโอดีนในน้ำดื่มให้เด็ก

2. ใช้เกลือไอโอดีนในการปรุงอาหาร

3. ให้ความรู้/จัดทำบอร์ดความรู้สร้างความเข้าใจเรื่องประโยชน์ของไอโอดีนต่อร่างกาย


ตัวชี้วัด 12 อัตราป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรียต่อ 1,000 ประชากรนักเรียน (ความถี่ > 2 ครั้ง /เทอม)


กิจกรรมที่ดำเนินการ

1. ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมาลาเรีย เช่น หลีกเลี่ยงยุงก้นปล่อง + รู้วิธีป้องกันตนเอง

2. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบริเวณโรงเรียนและบ้าน


ตัวชี้วัด 13 อัตราความชุกของโรคหนอนพยาธิในนักเรียน (ความถี่ > 2 ครั้ง /เทอม)


กิจกรรมที่ดำเนินการ : 

1.ให้ความรู้แนวทางป้องกัน “หนอนพยาธิ” เช่น ล้างมือ 7 ขั้นตอน, ตรวจเล็บสัปดาห์ละครั้ง,กินสุก สะอาด ปลอดภัย

2. ตรวจอุจจาระเพื่อหาเชื้อหนอนพยาธิ (1 ครั้ง/ปี)


ตัวชี้วัด 14 ร้อยละของนักเรียนที่บริโภคอาหารได้ถูกต้อง  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)


กิจกรรมที่ดำเนินการ : 

1.ส่งเสริม/ ให้ความรู้เรื่อง “การบริโภคอาหารถูกต้อง"

                                       

ตัวชี้วัด 15 ร้อยละของนักเรียนที่มีสุขนิสัยที่พึงประสงค์  (ความถี่ > 2 ครั้ง / เดือน)


กิจกรรมที่ดำเนินการ : 

1.ส่งเสริม/ให้ความรู้เรื่อง “สุขลักษณะที่พึงประสงค์” เช่น ล้างมือถูกวิธี 7 ขั้นตอน,การแปรงฟัน ฯ

 เป้าหมายหลักที่ 2 เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก สำรวจและจัดตั้งสถานศึกษาในพื้นที่ที่ขาดโอกาส จัดกลุ่มโรงเรียน (Cluster) เพื่อการใช้ทรัพยากรร่วมกัน พัฒนาขีดความสามารถของครูและโรงเรียนให้จัดการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย สติปัญญาและ อารมณ์ ในส่วนของนักเรียนในพระราชานุเคราะห์นอกจากการเสริมทางวิชาการแล้ว ยังเน้น ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เข้าสู่การศึกษาประเภทอาชีวศึกษา เพิ่มขึ้นตามความต้องการของประเทศ 

 เป้าหมายหลักที่ 3 เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนทางวิชาการและทาง จริยธรรม ประกอบด้วย 4 เป้าหมาย มุ่งเน้นการแก้ปัญหาวิกฤตเรื่องภาษาไทย พัฒนาครู ผู้สอนให้สามารถใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลายเพื่อพัฒนาศักยภาพพื้นฐานของ เด็กนักเรียนด้านภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา รวม ทั้งทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่21 อื่น ๆ ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม การเตรียมความพร้อมสำหรับประชาคมอาเซียน และ สนับสนุนผลักดันให้ครูมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 

 เป้าหมายหลักที่ 4 เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนทางการงานอาชีพ ประกอบด้วย ๓ เป้าหมาย ที่มุ่งเน้นจัดกระบวนการเรียนรู้อาชีพการเกษตรอย่างครบวงจร และเป็นระบบ ตั้งแต่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนถึงการนำผลผลิตไปใช้ประโยชน์ และการจัดทำบัญชี  พัฒนาหลักสูตรงานอาชีพที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับ แต่ละช่วงวัย พัฒนาปรับปรุงหลักสูตรสหกรณ์เพื่อให้การปลูกฝังลักษณะนิสัยและคุณธรรม จริยธรรมด้วยหลักการและอุดมการณ์สหกรณ์สัมฤทธิผล 

 เป้าหมายหลักที่ 5 ปลูกฝังจิตสำนึกและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนใน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 1 เป้าหมาย ที่มุ่งเน้นจัด กระบวนการเรียนรู้ที่ให้เด็กลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เห็นความงดงาม เกิดเป็นความปิติที่จะ ศึกษา เป็นความรัก ความผูกพัน หวงแหนในทรัพยากรของตน ร่วมในกระบวนการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนโดยใช้ธรรมชาติเป็นอุปกรณ์การ สอน

 เป้าหมายหลักที่ 6 เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์และ สืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่นและของชาติไทย ประกอบด้วย 1 เป้าหมาย ที่มุ่งให้เด็กและเยาวชนมีความรู้และเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ร่วมกันอนุรักษ์ วัฒนธรรมของท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย โดยทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ส่งเสริมการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องทั้งการพูดและการเขียน 

 เป้าหมายหลักที่ 7 ขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย มุ่งเน้นให้ชุมชนได้รับการพัฒนาโดยการขยายงานพัฒนาจากโรงเรียนเข้าไปในชุมชนผ่านทางเด็กนักเรียน ทั้งกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม พฤติกรรมสุขภาพและการพัฒนาสภาพแวดล้อมของบ้านและชุมชนให้ถูก สุขลักษณะ การนำความรู้และทักษะทางวิชาชีพ การทำบัญชี การสหกรณ์มาใช้ในครอบครัว และชุมชน 

 เป้าหมายหลักที่ 8 พัฒนาสถานศึกษาเป็นศูนย์บริการความรู้ ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย ที่มุ่งหวังให้โรงเรียนสามารถพัฒนากิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็น นิทรรศการที่มีชีวิต เป็นตัวอย่างให้แก่ประชาชน ครู นักเรียน หรือผู้สนใจมาศึกษาทดลอง ครูและเด็กนักเรียนสามารถถ่ายทอดความรู้โดยการเป็นวิทยากร มีการจัดการความรู้และ เผยแพร่ต่อไป